บทที่ 8 บทที่ 7

ห้องของลลิตาไม่ต่างอะไรกับห้องของเขา เพราะพวกเขามีเสื้อผ้าและของใช้ที่เป็นของตัวเองทั้งสองที่ ไม่ว่าเขาจะมานอนที่นี่ หรือลลิตาไปนอนที่คอนโดของเขาก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่มาอยู่ด้วยกัน เป็นเพราะพวกเขาตกลงกันตั้งแต่แรกเรื่องพื้นที่ความเป็นส่วนตัวในช่วงที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน

ช่วงที่อยู่ต่างประเทศพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว จะอยู่ด้วยกันแค่วันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น ต่างคนต่างมีหน้าที่เป็นของตัวเอง พอกลับมาไทยก็ตกลงอยู่ตามแบบเดิมอย่างที่พวกเขาเคยอยู่ อีกอย่างบริษัทของทั้งคู่ก็ไม่ได้อยู่ใกล้กัน เรื่องการเดินทางในเขตเมืองหลวงนี้อย่าได้พูดถึงเลย รถติดยิ่งกว่าอะไร

หนุ่มสาวสองคนนั่งกอดกันที่โซฟาสายตาจับจ้องไปยังโทรทัศน์จอขนาดใหญ่กำลังแสดงละครเรื่องโปรดที่ลลิตาติดงอมแงม

“อ้ายจะเริ่มงานที่บริษัทตอนไหนเอ่ย?” ภาคินถามคนข้างกาย

“ต้นเดือนหน้าค่ะ ตอนนี้เลขาคุณพ่อก็กำลังฝึกเลขาคนใหม่ให้อ้ายด้วย”

“ที่จริงพี่ว่าอ้ายอยู่ตำแหน่งสูงกว่านั้นก็ได้นะ ยังไงอ้ายก็เป็นลูกเจ้าของบริษัท ใครจะกล้าว่า”

ลลิตาได้ยินอย่างนั้นก็ส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย

“ไม่เอาค่ะ อ้ายอยากพัฒนาฝีมือตัวเองไปเรื่อย ๆ อีกอย่างเป็นตำแหน่งนี้มันก็ตรงกับสายที่เรียนมาด้วย อ้ายว่าค่อย ๆ เรียนรู้ไปดีกว่าค่ะ”

อย่างที่ภาคินพูด เธอสามารถเข้ารับตำแหน่งรองประธานเลยก็ได้ แต่ลลิตาคิดว่าความสามารถของเธอยังไม่ถึงขนาดนั้น เพิ่งเรียนจบมาใหม่ ๆ ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าที่ควร เธออยากค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า

ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาเข้าใจในสิ่งที่ลลิตาพูด เพราะเป็นแบบนี้เขาถึงเลือกตามจีบเธอ รู้จักความสามารถของตัวเองและเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เหมือนกับ...

เขาสลัดความคิดในหัวออกไป ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องโฟกัสคือผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา

“พี่ว่าเราเลิกดูหนังแล้วไปพัฒนาเรื่องของเราต่อดีกว่า”

พูดจบภาคินก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับอุ้มแฟนสาวตัวเองเดินเข้าห้องนอนทันที

“ดะ เดี๋ยวก่อนค่ะพี่คิน หนังกำลังสนุกเลย” ลลิตาพยายามส่งสายตาอ้อนวอนแฟนหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผล

เธอทำได้แค่ส่งสายตาออดอ้อนเท่านั้น เพราะภาคินก็ยังคงอุ้มเธอเข้าไปยังห้องนอนเหมือนเดิม ไม่ได้สนใจสายตาที่เธอมองเลยสักนิด ลลิตาได้แต่มองจอโทรทัศน์ด้วยสายตาละห้อย ละครกำลังสนุก แต่แฟนของเธอไม่ยอมปล่อย ไม่เป็นไรเอาไว้ดูย้อนหลังก็ได้

ถึงเตียงนอนแล้วภาคินค่อย ๆ วางแฟนสาวลงที่นอน ฝ่ามือลูบไล้ไปตามเรือนร่างบอบบางไม่ว่าจะสัมผัสกี่ครั้ง เขาก็ยังหลงใหลในเรือนร่างนี้อยู่เสมอ

“ทำให้พี่หน่อย”

ลลิตาเข้าใจคำนี้เป็นอย่างดี พวกเขาเปลี่ยนท่าทางกัน ภาคินนอนราบไปกับที่นอน มือเรียวลูบตามแผงอกไปจนถึงกางเกงลำลองแล้วค่อย ๆ ถอดกางเกงลำลองออกจากช่วงขา เผยให้เห็นอันเดอร์แวร์ที่อยู่ข้างใน ลลิตาดึงอันเดอร์แวร์นั้นออกไป ทำให้ท่อนเนื้ออยู่ข้างในผงาดออกมา ลิ้นเรียวระรัวไปที่ส่วนปลายก่อนจะดูดกินอย่างเอร็ดอร่อยราวกับเป็นไอศกรีมแท่งโปรด จนภาคินถึงกับคำรามในลำคอ

“อ๊า...” และเด้งสะโพกกระแทกสวนกับจังหวะปากของแฟนสาว ปลดปล่อยของเหลวออกมา

ลลิตาถึงกับสำลักน้ำขาวขุ่นที่ภาคินปล่อยออกมาใส่ปากเธอ ก่อนจะรีบลุกไปหยิบเอากระดาษทิชชูมาเช็ดปากพร้อมกับคายน้ำคาวที่อยู่ในปากทิ้งให้หมด

“อ้ายโอเคไหม”

ลลิตาส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย “ไม่เป็นไรค่ะ”

เธอยอมรับว่ายังไม่ชินจริง ๆ เวลาที่ภาคินปลดปล่อยใส่ปากเธอแบบนี้

ชายหนุ่มดึงแฟนตัวเองมากอด “ช่วงนี้พี่ค่อนข้างเหนื่อยจากงาน ขอโทษนะ” น้ำเสียงที่พูดขึ้นอย่างเหนื่อยล้าพร้อมกับท่อนเนื้อที่กำลังหดลงหลังจากที่ได้ถูกปลดปล่อยแล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะ อ้ายเข้าใจ” พักหลังมานี้เธอกับแฟนแทบไม่ค่อยได้ร่วมกิจกรรมบนเตียงด้วยกันเหมือนอย่างเดิม แต่ลลิตาก็ไม่ได้น้อยใจแฟนเธอแต่อย่างใด เพราะเข้าใจดี อีกอย่างเธอเองก็ไม่ได้หมกมุ่นกับเรื่องพวกนี้มากนัก มีหรือไม่มีก็ได้

เสียงลมหายใจของคนข้างกายที่เข้าออกสม่ำเสมอ ทำให้ลลิตารู้ว่าแฟนของเธอนั้นนอนหลับไปแล้ว ลลิตาหอมไปที่แก้มเขาเบา ๆ

“อ้ายรักพี่คินนะคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป